วันเสาร์

ในคืนที่ฝนตก

 

ฝนเริ่มโปรยปรายตั้งแต่ช่วงบ่ายสามโมง ท้องฟ้าด้านหลังภูเขาค่อยๆ มืดครึ้มลง เมฆเทาหนาแน่นกลายเป็นสีดำสนิทภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง พายุฤดูร้อนเข้าปกคลุมจังหวัดเล็กๆ แห่งนี้แบบไม่ทันตั้งตัว

อู่ซ่อมรถยนต์ “รุ่งเรืองการช่าง” ซึ่งเป็นอู่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัด เริ่มมีเสียงช่างเครื่องยนต์ทยอยเก็บเครื่องมือและเปลี่ยนชุดกลับบ้าน บางคนขับรถจักรยานยนต์ฝ่าฝนเบาๆ บางคนโทรเรียกคนมารับ

แพรว นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานในห้องสำนักงานส่วนตัวชั้นสองของอู่ เธออายุสี่สิบแปดปี เป็นสาวม่ายที่มีลูกสามคน ลูกคนโตแต่งงานไปแล้ว ส่วนอีกสองคนยังเรียนมหาวิทยาลัย เธออาศัยอยู่กับพ่อแม่และลูกๆ ในบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากอู่ ใบหน้าของเธอยังคงงดงามและมีเสน่ห์ ผิวขาวเนียน ดวงตากลมโต ริมฝีปากอวบอิ่ม ผมยาวสีน้ำตาลทองจัดทรงเรียบร้อยหรือปล่อยลู่ตามสบายแล้วแต่โอกาส รูปร่างของเธอยังคงกระชับและเซ็กซี่แม้จะมีอายุใกล้ห้าสิบ ปีที่ผ่านมาเธอทำงานเป็นเสมียนดูแลบัญชีรายรับรายจ่ายทั้งหมดของอู่ที่พ่อของเธอสร้างมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม

วันนี้เธอใส่เสื้อแขนกุดสีฟ้าอ่อนลายดอกไม้สีชมพูและเหลือง กระโปรงยาวลายเดียวกันที่พลิ้วตามลม เธอพิงหลังเก้าอี้หนังสีน้ำตาลเข้ม มองตัวเลขในสมุดบัญชีด้วยสายตาที่เหนื่อยล้าเล็กน้อย

“เจ๊แพรว… ผมขอกลับก่อนนะครับ ฝนเริ่มหนักแล้ว” เสียงของช่างอาวุโสดังขึ้นจากบันได

“ได้เลย พวกเธอกลับได้เลยนะ ฉันจะเคลียร์ยอดวันนี้ให้เสร็จก่อน” แพรวตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ช่างคนอื่นๆ พากันจากไปจนหมดภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที เหลือเพียงแพรวกับตั้มเท่านั้นที่ยังอยู่ในอู่

ตั้ม อายุยี่สิบปี เพิ่งเรียนจบปวส. เขาเป็นหลานชายของแพรว ลูกชายของพี่เพ็ญ ซึ่งเป็นลูกสาวของพี่สาวของคุณลุง ทำให้ทั้งคู่มีศักดิ์เป็นน้ากับหลานกัน ตั้มทำงานที่อู่ชั่วคราวระหว่างรอสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัย เขาตัวสูงโปร่ง ผิวขาวเหลือง ผมสั้นตัดตรง ดวงตาคมกริบ ร่างกายแข็งแรงจากการช่วยยกเครื่องยนต์และยางรถยนต์ทุกวัน

ตั้มยืนพิงประตูห้องสำนักงาน มองออกไปนอกหน้าต่างที่ฝนตกกระหน่ำ “เจ๊แพรว… ฝนหนักมากเลยครับ ผมว่าวันนี้กลับไม่ได้แล้ว”

แพรวเงยหน้าขึ้นมองหลานชาย ยิ้มบางๆ “อืม… พ่อกับแม่พาหลานๆ กลับไปก่อนแล้วตั้งแต่ห้าโมง ฉันก็คิดว่าจะเคลียร์งานเสร็จแล้วค่อยกลับ แต่ตอนนี้ถนนคงท่วมแน่ๆ”

ทั้งสองคนนั่งเงียบกันอยู่พักใหญ่ เสียงฝนกระทบหลังคาอู่ดังสนั่น ลมแรงพัดต้นไม้ข้างนอกโยกไปมา

“หิวไหมตั้ม?” แพรวถามขึ้นมาหลังจากผ่านไปเกือบชั่วโมง

“หิวครับ เจ๊” ตั้มตอบตรงๆ

แพรวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “งั้นฉันสั่งข้าวมากินกันดีไหม เดี๋ยวรอให้ฝนเบาลงค่อยกลับ”

ตั้มพยักหน้า “ได้ครับ ผมอยากกินข้าวผัดกระเพราหมูกรอบกับไข่ดาว”

“ฉันเอาต้มยำกุ้งกับข้าวสวยนะ” แพรวกดสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน แล้ววางโทรศัพท์ลง “อีกประมาณสี่สิบนาทีน่าจะมาถึง”

ทั้งสองคนนั่งคุยกันเบาๆ ตามประสาคนในครอบครัว แพรวถามถึงเรื่องเรียนต่อของตั้ม ตั้มเล่าแผนการสมัครคณะวิศวกรรมเครื่องกล แพรวฟังแล้วยิ้มอย่างอบอุ่น

“หลานเก่งนะ ถ้าเรียนจบแล้วกลับมาช่วยที่อู่ก็ดีเหมือนกัน”

ตั้มหัวเราะเบาๆ “ถ้าเจ๊ยังทำงานอยู่ ผมก็จะมาช่วยแน่นอนครับ”

อาหารมาถึงช่วงสองทุ่มตรง ตั้มลงไปรับที่ประตูอู่แล้ววิ่งฝ่าฝนกลับขึ้นมา แพรวเปิดกล่องอาหาร กลิ่นหอมของต้มยำและกระเพราอบอวลในห้องสำนักงาน

ทั้งคู่กินข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย แพรวนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ ตั้มนั่งตรงข้ามบนเก้าอี้ตัวเล็กกว่า

“เจ๊… เจ๊อยู่คนเดียวมานานแล้วนะครับ” ตั้มพูดขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจหลังจากกินเสร็จ

แพรวชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะเบาๆ “ห้าปีแล้ว… ตั้งแต่สามีฉันจากไป ลูกๆ ก็โตขึ้นเรื่อยๆ ฉันก็เลยชิน”

ตั้มมองหน้าเธออย่างจริงจัง “เจ๊ยังสวยมากเลยครับ ผมคิดว่า… เจ๊ไม่ควรอยู่คนเดียว”

บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ ฝนยังคงตกหนัก เสียงฟ้าร้องดังเป็นระยะ แสงไฟในห้องสำนักงานสลัวลงเพราะไฟกระพริบจากพายุ

แพรวมองหลานชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า ดวงตาของตั้มเต็มไปด้วยความปรารถนาที่เขาพยายามเก็บกดมานาน เธอเองก็รู้สึกถึงความเหงาที่สะสมมานานกว่าห้าปี ร่างกายที่ไม่ได้ถูกสัมผัสด้วยความปรารถนาจริงๆ

“ตั้ม…” แพรวเรียกชื่อหลานชายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “หลานไม่ควรพูดแบบนั้น…”

ตั้มลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างตัวเธอ “ผมทนไม่ไหวแล้วครับเจ๊… ผมชอบเจ๊มานานแล้ว”

แพรวเงยหน้าขึ้นมอง ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย “ตั้ม… เราเป็นญาติกัน…”

“ผมรู้ครับ” ตั้มก้มลงใกล้ใบหน้าของเธอ “แต่ผมก็ยังอยากได้เจ๊”

แพรวปิดตาลงครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความลังเลและความปรารถนาที่ถูกกดทับมานาน

“ถ้าเราทำ… ต้องเก็บเป็นความลับนะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเบา

ตั้มไม่ตอบด้วยคำพูด เขาโน้มตัวลงจูบริมฝีปากของแพรวอย่างหิวกระหาย แพรวตอบรับการจูบนั้นด้วยการอ้าปากให้ลิ้นของเขาเลียเข้าไปในปาก มือทั้งสองข้างของตั้มลูบลงไปตามไหล่เปลือยของเธอ แล้วเลื่อนลงมากอดรอบเอว

จูบของทั้งคู่ลึกและเร่าร้อน แพรวลุกขึ้นยืน ปล่อยให้ร่างกายของเธอชิดกับร่างของหลานชาย มือของตั้มเลื่อนขึ้นไปคลำที่หน้าอกของเธอผ่านเสื้อลายดอกไม้

“เจ๊… ผมอยากเห็นตัวเจ๊” ตั้มกระซิบหลังเลิกจูบ

แพรวหายใจแรง เธอค่อยๆ ถอดเสื้อแขนกุดออก เผยให้เห็นบราสีเนื้อที่โอบรัดหน้าอกขนาดกำลังดี แล้วค่อยๆ ถอดบราออกตาม หน้าอกคู่ของเธอเผยออกมาเต็มตา หัวนมสีชมพูเข้มตั้งชันเพราะอากาศเย็นและอารมณ์

ตั้มมองด้วยสายตาที่ร้อนรุ่ม แล้วก้มลงดูดหัวนมข้างหนึ่งเข้าปากทันที ลิ้นของเขาวนไปวนมาอย่างเชี่ยวชาญ มืออีกข้างบีบหน้าอกอีกข้างเบาๆ

“อืมม… ตั้ม…” แพรวครางเบาๆ มือทั้งสองข้างกอดศีรษะของหลานชายไว้แน่น

ตั้มดูดและเลียหัวนมของเธออย่างไม่ยั้ง แล้วค่อยๆ ถอดกระโปรงของแพรวลงจนหลุดจากลำตัว เหลือเพียงกางเกงในลูกไม้สีเนื้อ เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ดึงกางเกงในลงช้าๆ จนเผยให้เห็นหีที่โกนเรียบของแพรว ริมฝีปากแคมสีชมพูอวบอิ่มเปียกชุ่มไปด้วยน้ำหล่อลื่น

“หีเจ๊สวยมาก…” ตั้มพูดเสียงต่ำ แล้วก้มลงเลียริมฝีปากแคมอย่างช้าๆ

“อ้าาา… ตั้ม… อย่า… อืมมม…” แพรวครางเสียงดังขึ้น มือทั้งสองข้างเกาะขอบโต๊ะทำงานไว้แน่น ขาทั้งสองข้างสั่นเทาเมื่อลิ้นของหลานชายเลียขึ้นไปถึงเม็ดแตด

ตั้มใช้นิ้วสองนิ้วแยกริมฝีปากแคมออก แล้วดูดเม็ดแตดเข้าปากอย่างแรง ลิ้นของเขาวนเป็นวงกลมรอบๆ อย่างเชี่ยวชาญ น้ำเงี่ยนของแพรวไหลออกมาชุ่มปากของเขา

“หีเจ๊เปียกชุ่มเลยครับ… น้ำเงี่ยนไหลเยอะมาก” ตั้มพูดระหว่างเลีย

“อย่าพูดแบบนั้น… อ้าาา… ตั้ม… เร็วเข้า…” แพรวครางอย่างทนไม่ไหว

ตั้มลุกขึ้นยืน ถอดเสื้อและกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ควยของเขาแข็งตัวเต็มที่ ขนาดใหญ่และยาว เส้นเลือดปูดโปนชัดเจน หัวควยสีแดงเข้มเปียกชุ่มด้วยน้ำหล่อลื่น

แพรวมองควยของหลานชายด้วยสายตาที่ทั้งตกใจและปรารถนา “ใหญ่จัง…”

ตั้มยิ้มอย่างภาคภูมิ “เจ๊อยากให้ผมใส่ไหมครับ?”

แพรวพยักหน้าช้าๆ “ใส่เลย… แต่ค่อยๆ นะ”

ตั้มยกขาข้างหนึ่งของแพรวขึ้นวางบนโต๊ะทำงาน จัดท่าหมาเย็ดยืน แล้วใช้หัวควยรูดไปมาตามริมฝีปากแคมก่อนจะค่อยๆ ดันเข้าไป

“อ้าาาา… ช้าๆ… ตั้ม…” แพรวร้องครางเมื่อหัวควยทะลุเข้าไปในรูหี

ตั้มดันเข้าไปทีละน้อยจนควยทั้งอันจมอยู่ในหีอุ่นๆ ของแพรว เขายืนนิ่งครู่หนึ่งเพื่อให้เธอปรับตัว แล้วเริ่มกระแทกเบาๆ

“หีเจ๊แน่นมาก… ร้อนและเปียกชุ่ม…” ตั้มพูดเสียงต่ำระหว่างกระแทก

“อืมมม… ดีจัง… เร็วขึ้นอีก…” แพรวครางตอบ

ตั้มเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ มือทั้งสองข้างจับสะโพกของแพรวไว้แน่น กระแทกแรงขึ้นจนเสียงหนังกระทบกันดังชัดเจนในห้อง

“ตั้ม… เย็ดแรงๆ… อ้าาาา…” แพรวร้องเสียงดัง

ตั้มเปลี่ยนท่าเป็นท่าหมาเย็ดปกติโดยให้แพรวโน้มตัวลงวางมือบนโต๊ะ แล้วกระแทกจากด้านหลังอย่างแรง ควยของเขาดันเข้าไปลึกสุดทุกครั้ง

“หีเจ๊ดูดควยผมแน่นมาก… ผมจะแตกแล้ว…” ตั้มคราง

“ยัง… ยังไม่ให้แตก… เปลี่ยนท่า…” แพรวพูดหายใจหอบ

ตั้มดึงควยออก แล้วนอนลงบนพื้นห้องสำนักงาน แพรวปีนขึ้นไปคร่อมในท่าขี่ม้า เธอใช้มือจับควยแล้วค่อยๆ นั่งลงจนควยทั้งอันจมอยู่ในหีอีกครั้ง

“อ้าาา… ลึกจัง…” แพรวครางเมื่อเธอเริ่มขยับสะโพกขึ้นลง

ตั้มยกมือขึ้นบีบหน้าอกของเธอทั้งสองข้าง นิ้วหัวแม่มือวนรอบหัวนม “เจ๊ขยับแรงๆ ได้เลยครับ… หีเจ๊ดีมาก”

แพรวขยับสะโพกแรงขึ้นเรื่อยๆ น้ำเงี่ยนไหลย้อยลงมาตามโคนควยของตั้ม เสียงน้ำกระทบกันดังชัด

“ตั้ม… ฉันจะเสร็จแล้ว… อ้าาาา…” แพรวร้องครางเสียงสูง

ตั้มยกสะโพกขึ้นกระแทกสวนทาง “เสร็จพร้อมกันเลยครับเจ๊”

ทั้งคู่เสร็จพร้อมกัน แพรวตัวสั่นเทา น้ำเงี่ยนพุ่งออกมาชุ่มควยของตั้ม ขณะที่ตั้มปล่อยน้ำควยพุ่งเข้าไปในหีของเธออย่างแรง

แพรวทรุดตัวลงนอนทับร่างของตั้ม หายใจหอบหนัก หัวใจเต้นรัว

หลังจากเงียบไปพักใหญ่ แพรวเงยหน้าขึ้นมองหลานชาย “ตั้ม… เรื่องนี้… ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดนะ โดยเฉพาะคนที่บ้าน”

ตั้มลูบหลังของเธอเบาๆ “ผมสัญญาครับเจ๊… จะเก็บเป็นความลับตลอดไป”

ฝนยังคงตกหนักอยู่นอกหน้าต่าง แต่ในห้องสำนักงานของอู่ ทั้งสองคนยังคงกอดกันแน่น ราวกับว่าคืนนี้เป็นคืนที่โลกภายนอกไม่มีอยู่จริง

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความลับที่ทั้งน้าและหลานจะเก็บไว้ด้วยกันตลอดไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น